ศูนย์สมองดี มีพลัง

ยินดีต้อนรับสู่
Dementia Hub STIN

ศูนย์ความรู้ครบวงจรเกี่ยวกับภาวะสมองเสื่อมและอัลไซเมอร์ นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับ ความรู้ภาวะสมองเสื่อมและอัลไซเมอร์ แนวทางการคัดกรองและการแปลผล การดูแลผู้มีภาวะสมองเสื่อมทุกระยะ สมรรถนะในการใช้กระบวนการพยาบาลในการคัดกรองและดูแลผู้มีภาวะสมองเสื่อม และการสนับสนุนผู้ดูแลและครอบครัว เพื่อคุณภาพการดูแล และคุณภาพชีวิตของผู้มีสมองเสื่อมและครอบครัว

0

พยาบาลวิชาชีพ

0

ประชาชนทั่วไป

0

การทำแบบประเมิน

วิดีโอแนะนำภาวะสมองเสื่อม

ความรู้และแนวทางการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยา เพื่อการดูแลที่มีคุณภาพและเข้าใจง่าย

ความรู้เกี่ยวกับภาวะสมองเสื่อมและอัลไซเมอร์

เข้าใจถึงสาเหตุ อาการ และแนวทางการดูแลที่เหมาะสมเพื่อการใช้ชีวิตที่มีคุณภาพร่วมกับโรคนี้

ภาวะสมองเสื่อมหมายถึงอะไร?

ภาวะสมองเสื่อม (dementia หรือ major neurocognitive disorder)

คือภาวะที่สมรรถภาพการทำงานของสมองถดถอยบกพร่องในหลายด้านร่วมกัน เช่น ด้านปริชาน อันได้แก่
1. ความจำ
2. การตัดสินใจและการวางแผน
3. การรับรู้ด้านมิติสัมพันธ์
4. การใช้ภาษา
5. สมาธิหรือความใส่ใจ
6. ความสามารถในการรับรู้เกี่ยวกับสังคมรอบตัว
โดยมีผลกระทบต่อความสามารถในการประกอบกิจวัตรประจำวัน การทำงาน และการเข้าสังคม

แตกต่างจาก: ภาวะปริชานบกพร่องเล็กน้อย (Mild Cognitive Impairment - MCI หรือ mild neurocognitive disorder)

เป็นภาวะที่สมองเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง แต่ยังไม่รุนแรงถึงขั้นเป็นภาวะสมองเสื่อม ผู้ที่มีภาวะนี้มักมีการสูญเสียความสามารถทางปริชานอย่างน้อย 1 ด้านจากทั้งหมด 6 ด้านของการทำงานของสมอง อย่างไรก็ตาม ความบกพร่องนี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันโดยอิสระ

อ้างอิง:Anand & Schoo, 2025; World Health Organization, 2021; สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์, 2563

โรคอัลไซเมอร์

โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer's Disease)

เป็นประเภทของภาวะสมองเสื่อมที่พบได้มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 60-70 ของผู้มีภาวะสมองเสื่อมทั้งหมด โดยโรคอัลไซเมอร์จะมีอาการที่โดดเด่นในเรื่องของ การสูญเสียความสามารถในการเรียนรู้และความจำ (Learning and memory) ซึ่งเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป จนกระทั่งรบกวนชีวิตประจำวันและกิจกรรมต่างๆ ของผู้เป็นโรคอัลไซเมอร์

ความก้าวหน้าของโรค ในที่สุดผู้เป็นโรคอัลไซเมอร์จะสูญเสียความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันง่ายๆ เช่น การรับประทานอาหารหรือการเดิน เป็นต้น

อาการและสัญญาณเตือน

ความจำและการเรียนรู้ : การลืมข้อมูลที่เพิ่งเรียนรู้ไป การลืมวันหรือเหตุการณ์สำคัญ การถามคำถามเดิมซ้ำๆ การต้องพึ่งพาอุปกรณ์ช่วยจำ (เช่น โน้ตเตือนความจำ) หรือสมาชิกในครอบครัวมากขึ้นเรื่อย ๆ ในเรื่องที่เคยต้องจัดการเอง

การตัดสินใจ การวางแผน : มีวิธีการคิดและตัดสินใจแปลก ๆ เอาของไปไว้ในที่หาไม่เจอและไม่ควรอยู่ เช่น เอามือถือไปใส่ตู้กับข้าว งานที่เคยถนัดกลับทำไม่ได้ เช่น ลืมวิธีขับรถ ทำอาหารรสชาติเพี้ยนไปจากเดิม จดจำกฎของเกมโปรดไม่ได้

การรับรู้ด้านมิติสัมพันธ์ : หลงทิศในที่คุ้นเคย สับสนทิศทางในที่ที่ไปประจำ ดูภาพไม่เข้าใจ ใกล้ไกลกะไม่ถูก เหยียบเบรกบ่อยขณะขับรถ นึกคำพูดไม่ออก ไม่รู้ว่าของชิ้นนี้เรียกว่าอะไร หยุดกลางคันและไม่รู้ว่าจะพูดต่ออย่างไร

สมาธิหรือความใส่ใจ : วอกแวกสมาธิสั้น ทำอะไรทิ้ง ๆ ค้าง ๆ ไว้ทั่วบ้าน ละเลยการดูแลตนเอง ปล่อยตัว จากคนที่เคยดูดีเป็นแต่งตัวแปลก ไม่ถูกกาลเทศะ

ความสามารถในการรับรู้เกี่ยวกับสังคมรอบตัว : แยกตัว ไม่อยากไปไหน ไม่เกรงสายตาสังคม ตามใจตัวเอง ทำอะไรก็ทำ ไม่สนมารยาททางสังคม

ระยะของภาวะสมองเสื่อม

องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้แบ่งระยะของภาวะสมองเสื่อมไว้เป็น 3 ระยะ ได้แก่

ระยะที่ 1: ระยะต้น (Dementia, mild)

อาการมีเพียงเล็กน้อย เช่น เริ่มมีอาการหลงลืม เสียความจำระยะสั้น ลืมสถานที่ที่คุ้นเคย แต่สุดท้ายอาจจะนึกได้

ระยะที่ 2: ระยะกลาง (Dementia, moderate)

อาการเริ่มปรากฏชัดเจนขึ้น เริ่มหลงลืมเหตุการณ์ที่สำคัญในช่วงที่ผ่านมา หลงลืมชื่อคน จำทางกลับบ้านไม่ถูก มีปัญหาด้านการสื่อสารกับคนรอบข้าง ต้องการผู้ดูแล มีพฤติกรรมหรืออารมณ์เปลี่ยนแปลงไป เช่น หนีออกจากบ้าน ถามคำถามเดิมซ้ำๆ ก้าวร้าวเมื่อความต้องการไม่ได้รับการตอบสนอง

ระยะที่ 3: ระยะท้าย (Dementia, severe)

ในระยะนี้ผู้สูงอายุอาจเริ่มมีภาวะพึ่งพิงโดยสมบูรณ์ เนื่องจากมีการบกพร่องในการรู้คิดชัดเจนมากขึ้น อาการในระยะนี้ ได้แก่ ไม่ทราบและไม่สนใจเวลาและสถานที่ จำชื่อคนใกล้ตัวหรือเพื่อนไม่ได้ พฤติกรรมเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เช่น พฤติกรรมก้าวร้าว ด่าทอ ไม่ทราบอารมณ์และความรู้สึกของคู่สนทนา เป็นต้น

ปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อภาวะสมองเสื่อม

ปัจจัยที่สามารถปรับเปลี่ยนได้

- ระดับความดันโลหิตสูง (โรคความดันโลหิตสูง)
- ระดับน้ำตาลในเลือดสูง (โรคเบาหวาน)
- น้ำหนักเกินหรือภาวะอ้วน (ควรรักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน)
- การสูบบุหรี่ (เพิ่มความเสี่ยงต่อสมองเสื่อมอย่างมีนัยสำคัญ)
- การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป (ส่งผลต่อสุขภาพสมองในระยะยาว)
- การไม่ออกกำลังกาย (การออกกำลังกายช่วยป้องกันสมองเสื่อม)
- การขาดปฏิสัมพันธ์ทางสังคม (ควรมีกิจกรรมสังคมและพูดคุยกับผู้อื่น)
- ภาวะซึมเศร้า (ควรรับการดูแลและรักษาอย่างเหมาะสม)

ปัจจัยที่ไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้

- อายุ (พบได้บ่อยในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป)
- พันธุกรรม (ครอบครัวสายตรงมีภาวะสมองเสื่อม)
- เพศหญิง (มีความเสี่ยงสูงกว่า แต่ทั้งนี้เนื่องจากปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อมนั้นค่อนข้างซับซ้อน ไม่ได้เกี่ยวกับเพศเป็นหลัก ต้องอาศัยการศึกษาวิจัยค้นคว้าเพิ่มเติม)

วิธีการป้องกันและชะลอความเสื่อม

- การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ (ต่อเนื่องประมาณ 30 นาที/วัน อย่างน้อย 150 นาที/สัปดาห์)
- ไม่สูบบุหรี่ (เลิกหรือหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่เพื่อลดความเสี่ยงต่อสมองเสื่อม)
- หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่เป็นอันตราย (ดื่มไม่เกิน 1-6 ดื่ม/สัปดาห์)
- ควบคุมน้ำหนักตัว (ตามมาตรฐานดัชนีมวลกาย BMI อยู่ในช่วง 18.5-22.9 กิโลกรัม/เมตร²)
- รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพและได้สารอาหารครบทั้ง 5 หมู่
- รักษาระดับความดันโลหิต คอเลสเตอรอล และน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
- ดูแลสุขภาพจิต (หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความเครียด)
- ส่งเสริมกิจกรรมทางสังคม (เช่น การพบเพื่อน หรือญาติ หรือกิจกรรมอื่นที่ชอบและพอใจ)

บทความและข่าวสาร

ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพสมองและภาวะสมองเสื่อม

กำลังโหลด...

กำลังโหลดบทความ...